4 นักคาราเต้ไทยขึ้นท็อป 50 โลกคลอลิฟายอลป.2020

4 นักคาราเต้ไทยขึ้นท็อป 50 โลกคลอลิฟายอลป.2020

ตามที่สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ภายใต้หัวเรือใหญ่ "บิ๊กแอนดี้" ดร.อนิวัธติ์ ศิริเดชวราวงศ์ นั่งเก้าอี้นายกสมาคม ได้ทำการส่งนักกีฬาคาราเต้ชั้นแนวหน้าของไทยลงแข่งรายการระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์คาราเต้โลก (WKF) ในการทำอันดับเพื่อคลอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการบรรจุกีฬาคาราเต้เป็นครั้งแรก

จากผลงานอันยอดเยี่ยมของนักคาราเต้รุ่นประชาชน (senior) ของไทยที่โชว์ฟอร์มในเวทีนานาชาติถึงแม้ว่าจะไม่ได้แชมป์แต่ก็สามารถทะลุเข้ารอบลึกๆในแต่ละรุ่นได้ ทำให้ล่าสุดทางเว็บไซด์ของสหพันธ์คาราเต้โลก (WKF) ได้ประกาศอันดับโลกออกมาปรากฎว่ามีนักกีฬาคาราเต้ไทยถึง 4 คนที่ทำอันดับติดท็อป 50 ของโลก

โดยนักกีฬาทั้ง 4 คนมีดังนี้ "บี" ทิพวัลย์ คำศรี ต่อสู้รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก.หญิง เจ้าของเหรียญทองแดงศึกคาราเต้ WKF Series A ที่ชิลี และเหรียญทองแดงศึกคาราเต้ชิงแชมป์เอเชียที่จอร์แดน ทำอันดับโลกอยู่ที่อันดับที่ 48 ขณะที่ "เบส" ศุภ งามพึงพิศ ต่อสู้รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก.ชาย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 2017 ทำอันดับโลกอยู่ที่อันดับที่ 49 และ "แม็ก" ธีรวัฒน์ คลังทอง ยักษ์ใหญ่ต่อสู้รุ่นน้ำหนัก 84 กก.ขึ้นไป เจ้าของเหรียญทองแดงศึกคาราเต้ชิงแชมป์เอเชียที่จอร์แดน ทำอันดับโลกอยู่ที่อันดับที่ 34 ส่วน "น้ำผึ้ง" มนสิชา สกุลรัตนธารา ในประเภทร่ายรำเจ้าของเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ 2018 ทำอันดับโลกอยู่ที่อันดับที่ 40

"โค้ชบอย" ดุลยรัตน์ รัตนพันธ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า อันดับตามแรงกิ้งของสหพันธ์คาราเต้โลกได้ประกาศออกไปเป็นอันดับเก็บคะแนนรวมของทุกรายการ ซึ่งสำหรับการคลอลิฟายโอลิมปิกเกมส์นั้นนักคาราเต้ทั้วโลกจะเริ่มนับศูนย์กันใหม่ โดยจะนับคะแนนคลอลิฟายสนามแรกคือศึกคาราเต้ชิงแชมป์เอเชียที่จอร์แดนที่เพิ่งผ่านไปเป็นสนามแรกและหลังจากนั้นทุกแมตช์ที่สหพันคาราเต้โลกรับรองจะเป็นแมตช์เก็บคะแนนโอลิมปิกทั้งหมดจนถึงเดือนเมษายนปี 2020 จะคัดเพียงนักกีฬาที่มีอันดับ 1-50 เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์คัดโอลิมปิกเกมส์ โดยจะนำอันดับที่ 1-4 ของแต่ละรุ่นผ่านไปแบบอัตโนมัติ ส่วนที่เหลือจะมาแข่งคลอลิฟายที่ปารีสโอเพ่นประเทศฝรั่งเศสเพื่อหารุ่นละ 3 คนที่ได้เหรียญรางวัล (ทอง, เงิน, ทองแดง) เข้าไปโอลิมปิกเกมส์ ส่วนที่เหลือก็จะมาคัดตามทวีปซึ่งโควต้าให้ทวีปละ 2 คนเท่านั้น

"หลังจากนี้เราจะต้องส่งนักกีฬาคาราเต้ไทยลงแข่งขันทุกรายการที่สหพันธ์ให้การรองรับเพื่อรักษาอันดับและเก็บคะแนนให้อยู่ในท็อป 50 ของโลก ทั้งนี้โอกาสของไทยจะเป็น 1-4 ของโลกค่อนข้างยาก หากเราเกาะกลุ่ม 50 คนได้ก็อาจจะมีลุ้นในแมตช์ปารีสโอเพ่น เชื่อว่าไทยมีโอกาสที่จะได้ไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ยกตัวอย่าง ทิพวัลย์ คำศรี ส่งรายการระดับ WKF Series A ครั้งแรกก็ได้เหรียญทองแดง ขณะที่ ศุภ งามพึงพิศ ก็ชนะอันดับ 1 ของโลกมาแล้ว ฉะนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอนทุกคนมีสิทธิ์แพ้ชนะเท่ากันอยู่ที่จังหวะใครดีกว่ากันแค่นั้นเอง" หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าว