“สิริกมลเนตร-วรวุฒิ” คว้าแชมป์ให้ไทยในศึกคาราเต้อาเซียน

"สิริกมลเนตร-วรวุฒิ" คว้าแชมป์ให้ไทยในศึกคาราเต้อาเซียน

"น้องเนตร" นักคาราเต้สาวดาวรุ่งทีมชาติไทยประเดิมทองแรกให้ทัพคาราเต้ไทยในรุ่นอายุ 14-15 ปีหญิง นน.ไม่เกิน 54 กก. ขณะที่ เด็กนครศรีฯ "เจ้าเบล-วรวุฒิ" ฟอร์มแรงคว้าแชมป์แรกของตัวเองในนามทีมชาติไทยอีกด้วย ในศึกคาราเต้ชิงแชมป์อาเซียน ที่แฟชั่นไอส์แลนด์

ดร.อนิวัธติ์ ศิริเดชวราวงศ์ นายกสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันคาราเต้ชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน "South East Asia Karate Federation Championship 2019" โดยมีตัวแทนจาก 10 ประเทศและนักกีฬากว่า 400 คนที่เข้าร่วมแข่งขัน ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา

การแข่งขันคาราเต้ชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน "South East Asia Karate Federation Championship 2019" จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 โดยไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.2562 มี 10 ชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วย บรูไน, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมาร์ และ ไทย ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้นับว่าเป็นการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนที่มีนักกีฬาเข้าร่วมเยอะที่สุดโดยมากถึง 400 กว่าคน

สำหรับในวันแรกของการแข่งขัน (12 เม.ย.) ไฮไลต์อยู่ที่ประเภทต่อสู้ รุ่นอายุ 14-15 ปีหญิง น้ำหนักไม่เกิน 54 กก. โดย "น้องเนตร" สิริกมลเนตร โชคประเสริฐกุล ดาวรุ่งทีมชาติไทยจากสังกัดยากส์ยิม ดีกรีรองแชมป์อาเซียน 2018 ที่ฟอร์มดีตั้งแต่รอบแรกจากการเอาชนะนักคาราเต้จากเวียดนาม 2-1 และ เฉือนนักคาราเต้มาเลเซีย 1-0 เข้าชิงชนะเลิศกับ ลี อัน ธิ พาน จากเวียดนาม ซึ่งผลปรากฎว่าทั้งคู่ต่างออกอาวุธใส่กันแต่ไม่เข้าเป้าทำให้จบยกเสมอกัน 0-0 แต่กรรมการมองว่านักคาราเต้ไทยดีกว่าจึงยกธงให้ 4-1 เสียง ส่งผลให้ความแชมป์รายการนี้ไปครอง

ส่วนอีกรุ่นที่น่าสนใจคืออายุ 14-15 ปีชาย น้ำหนักไม่เกิน 57 กก.เป็นทาง "เจ้าเบล" วรวุฒิ รัตนบุรี ดาวรุ่งทีมชาติไทยจากนครศรีธรรมราชที่ติดทีมชาติครั้งแรกโชว์ฟอร์มเยี่ยมตั้งแต่รอบแรกด้วยการเอาชนะนักคาราเต้จากมาเลเซีย 3-0 จากนั้นเฉือนนักคาราเต้จากเวียดนาม 1-0 เข้าไปชิงชนะเลิศกับ สิวาเนสัน ปาวิตราน จากมาเลเซีย ซึ่งก็เป็นทางหนุ่มคาราเต้ไทยที่ไล่บี้จนเอาชนะไป 3-1 คว้าแชมป์แรกของตัวเองในนามทีมชาติไทย

"โค้ชบอย" ดุลยรัตน์ รัตน พันธ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ถือว่าเกินคาดที่เราตั้งเป้าไว้มากเพราะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 10 ชาติรวมกันกว่า 400 คนซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากจากทุกครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งชาติใหญ่ๆ เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และ เวียดนาม ต่างก็ส่งนักกีฬามาร่วมการแข่งขันมากกว่า 50 คน โดยจากสำรวจและได้พูดคุยกับชาติต่างๆนั้นก็ได้คำตอบว่าหลายชาติใช้รายการชิงชนะเลิศแห่งอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพเป็นการคัดตัวซีเกมส์ปลายปีนี้ที่ฟิลิปปินส์ของแต่ละชาติ ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าทุกชาติจริงจังมากและไม่มีชาติไหนอ่อนข้อเลยแม้แต่ไทยเองก็ตาม