คาราเต้ไทย ขยับเข้าใกล้ระดับโลกไปอีกก้าว

คาราเต้ 1 ใน 5 กีฬาใหม่ในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น บรรจุเข้ามาครั้งแรก เป็นกีฬาต่อสู้ที่คนญี่ปุ่นภูมิใจเพราะเป็นศิลปะประจำชาติ แต่สำหรับประเทศไทยกีฬาชนิดนี้ยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย มีนักกีฬาอยู่น้อยและเฉพาะกลุ่มแต่ก็เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

 

การที่กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ ทำให้ประเทศไทยมีนักกีฬาเพิ่มมากขึ้น มีสโมสรผุดขึ้นมาเยอะขึ้น ผลงานเวทีในประเทศกระจายไปในหลายจังหวัด ไม่ได้อยู่แค่กรุงเทพมหานคร หรือนครศรีธรรมราช 2 จังหวัดนี้อีกแล้ว แต่จังหวัดอื่นๆอย่าง ระยอง นครสวรรค์ และอีกหลายๆจังหวัดก็เริ่มมีนักกีฬาขึ้นมาคว้าเหรียญรางวัลในประเทศเพิ่มมากขึ้น

 

ซึ่งตรงนี้เป็นแนวทางการพัฒนาและสร้างนักกีฬาที่สำคัญตามหลักพื้นฐาน การเดินทางไปตามหลักความเป็นจริงนี้เองที่ทำให้คาราเต้ไทยประสบความสำเร็จในระดับซีเกมส์ไม่เคยผิดหวังมือเปล่า มีเหรียญรางวัลกลับบ้านตลอด 3 ครั้งหลังสุด ในปี  2013 , 2017 และ 2019

 

และเมื่ออยู่บนพื้นฐานที่ดีและถูกต้อง ทีนี้เราก็จะมีนักกีฬาที่มีพรสวรรค์และแสวงที่ซ่อนอยู่เริ่มแสดงตัวออกมาให้เราได้เห็น เพื่อนำไปปลุกปั้นกันต่อไป

 

 

4 นักกีฬาอนาคตของคาราเต้ไทย

โอลิมปิก 2020 เวียนมาจัดที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 2 และเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี ต่อจากปี 1964  อย่างที่เกริ่นไว้ในข้างต้นหนนี้มีกีฬาบรรจุใหม่เพิ่มเข้ามา 5 ชนิดกีฬา และคาราเต้เป็นหนึ่งในนั้น ในส่วนของคาราเต้ไทย ได้วางตัวคัดโอลิมปิก 2020 ไว้ 4 คนประกอบด้วยกัน ประเภทต่อสู้ 3 คน ประกอบด้วย "เบส" ศุภ งามพึงพิศ ในรุ่นน้ำหนัก 67 กิโลกรัมชาย , "แม็ก" ธีรวัฒน์ คลังทอง ในรุ่นน้ำหนักมากกว่า 84 กิโลกรัมชาย และ "บี" ทิพวัลย์ คำศรี ในรุ่นน้ำหนัก 55 กิโลกรัมหญิง รวมไปถึงในประเภทร่ายรำ "น้ำผึ้ง" มนสิชา สกุลรัตนธารา

 

ซึ่งหนทางนั้นต้องยอมตามตรงว่าโอกาสที่จะได้ไปโอลิมปิกผืนแผ่นดินเจ้าของต้นตำรับกีฬาชนิดนี้นั้นเป็นไปได้ยาก เพียงแต่เป้าหมายที่แท้จริงนั้นของทั้ง 4 คนนี้คือผู้เป็นอนาคตของวงการคาราเต้ไทย ก็เพื่อเป้าหมายเข้าร่วมโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในอีก 4 ปีข้างหน้ามากกว่า

 

เก็บประสบการณ์ในเวทีระดับโลก

ตามแผนของสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ในปี 2020 ส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศในรายการของสหพันธ์คาราเต้โลก เพื่อให้นักกีฬาได้เก็บแต้มทำอันดับ และได้ทำความคุ้นเคยกับคู่ต่อสู้ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

 

4 รายการที่ทั้ง 4 คนจะตระเวนเก็บคะแนนนั้นเป็นรายการระดับคาราเต้วัน พรีเมียร์ลีก ประกอบด้วย ที่ปารีส เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ต่อด้วยที่ดูไบที่เพิ่งจบลงไป จากนั้นจะไปกันที่ซัลซ์บวร์ก ประเทศออสเตรีย ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ในเดือนมีนาคมไปที่กรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก และในเดือนเมษายนที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เป็นอันจบการลุยเก็บคะแนนโอลิมปิก

 

ทั้งหมดนี้นอกจากจะเป็นการเก็บคะแนนแล้ว ยังถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปลุ้นโควตาโอลิมปิกครั้งสุดท้ายกันที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนพฤษภาคม ในรายการเวิลด์ ควอลิฟาย ทัวร์นาเม้นท์

 

อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ว่าการไปโอลิมปิกครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องยากจริงๆ ทั้งประสบการณ์และฝีมือนักกีฬาเรายังคงเป็นรองนักกีฬาต่างชาติอยู่หลายช่วงตัว ความห่างในเวทีระดับโลกยังคงมีอยู่อีกเยอะ ซึ่งเป็นการบ้านที่สมาคมฯจะต้องวางแผนเพื่อพัฒนากันในระยะยาวต่อไป

 

 

 

เหรียญทองแดงที่บอกว่าคนไทยทำได้

ในศึกคาราเต้ วันพรีเมียร์ลีก ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เพิ่งจบลงไป ไทยส่งนักกีฬาไปแข่งขันทั้งหมด 3 คน คือ "เบส" ศุภ งามพึงพิศ ประเภทต่อสู้รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก., "แม็ก" ธีระวัฒน์ คลังทอง ประเภทต่อสู้รุ่นน้ำหนัก 84 กก.ขึ้นไป และ "น้ำผึ้ง" มนสิชา สกุลรัตนธารา ประเภทร่ายรำหญิง

การไปแข่งครั้งนี้ถือว่ามีแต่กำไร แพ้ก็ไม่เป็นไร ได้ทั้งประสบการณ์และคะแนน แต่ถ้าได้เหรียญรางวัลกลับมาด้วยถือเป็นโบนัสก้อนโตเลยทีเดียว ในรายของ “แม็กซ์” และ “น้ำผึ้ง” นั้นตกรอบพร้อมได้ประสบการณ์ติดตัวกลับบ้าน

 

แต่ที่สร้างเซอร์ไพรส์แบบสุดคือ เจ้าเบส ที่ทะลุเข้าไปรอบชิงเหรียญทองแดง และคว้าเหรียญรางวัลมาคล้องคอได้ ทั้งๆผลงานดีสุดที่ผ่านมาของ ศุภ งามพึงพิศ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย ทำผลงานดีที่สุดคือการเป็นแชมป์ซีเกมส์ 2 สมัย (2017-2019) ทำให้ตัวเขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญรางวัลในรุ่นโอเพ่น ในเวทีระดับโลกมาครองได้ และยังเป็นเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ของสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยอีกด้วย

 

เหรียญทองแดงเหรียญนี้มีความหมายมากๆ อาจดูเหมือนเหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่ง หากแต่มองให้ลึกลงไป เหรียญนี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่กับนักกีฬา แต่สำคัญกับทั้งวงการคาราเต้ไทย ที่บ่งบอกว่านักกีฬาไทยนั้นขยับเข้าใกล้ระดับโลกไปอีกก้าว

 

“รู้สึกดีใจมากที่คว้าเหรียญในเวทีแข่งขันระดับโลกได้ สำหรับในสนามนี้ตนรู้สึกตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะในรอบชิงเหรียญทองแดง แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิไว้ตลอดเวลา “เหรียญทองแดงนี้เป็นเพียงเหรียญหนึ่งในการแข่งขัน แต่เป็นเหมือนแสงที่เรากำลังตามหาอยู่เป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น ภูมิใจที่ทำให้โลกได้รู้ว่าคาราเต้ไทยก็ทำได้”  ศุภ งามพึงพิศ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทย

 

ขอบขอบคุณ : https://stadiumth.com/columns/detail?id=119&tab=thai